โรคภัยจุดประกาย “ป้ามี้” สายสุนีย์ เปิดธุรกิจ “ข้าวไรซ์เบอร์รี่” ขาย

 “จะอยู่กับมันยังไง” ประโยคที่พลิกมุมมองให้ชีวิตของผู้หญิงแกร่งวัย 55 ปี ที่ผ่านความเครียดจากโรคภัยไข้เจ็บ สู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตหันมาใส่ใจสุขภาพ และเกิดจุดประกายปั้นธุรกิจข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่ชื่อ Rice by Mee ของผู้หญิงที่ชื่อ “ป้ามี้” คุณสายสุนีย์ โภชน์เกาะ

 

 

คุณสายสุนีย์ เล่าย้อนอดีตให้เราฟังว่า ก่อนหน้านี้ตนมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายอาหารสด คือขายไก่เชือดมา 10 ปี ได้แล้ว เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่ปี 2540-2550 รายได้อยู่ที่วันละ 100,000 บาท พร้อมทั้งขายประกันควบคู่ไปด้วย เหตุเพราะที่ทำไมถึงต้องทำควบคู่กันนั้น เนื่องจากปี 2545 มีโรงงานของเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งจะมาตั้งที่โคราช ตนจึงต้องวางแผนเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เพราะตนเป็นเจ้าของโรงงานไก่เชือดเล็กๆ ซึ่งจะให้ไปสู้กับตลาดโรงงานชื่อดังที่ใหญ่กว่าของตนย่อมเป็นไปไม่ได้ ตอนนั้นเลยคิดว่าจะทำอะไรเสริมเลยตัดสินใจขายประกันเพื่อเพิ่มช่องทางรายได้อีกทาง

“เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน ป้ามี้จึงต้องวางแผนเอาไว้ก่อน เพราะโรงงานของเราก็เป็นเพียงโรงงานเล็กๆ จึงต้องขายประกันควบคู่ไป ด้วย ซึ่งทั้งสองอาชีพมีความแตกต่าง แต่ป้ามี้ก็ต้องปรับตัว ต้องรับโทรศัพท์ลูกค้าตี 2 จนบางครั้งเราไม่ไหว เป็นแบบนี้บ่อยๆ ก็ยิ่งทำให้เครียด ปัจจุบันเลิกขายประกันแล้ว แต่ยังรับผิดชอบดูแลลูกค้ารายเก่าอยู่ และหันมาทำธุรกิจข้าวไรซ์เบอร์รี่” คุณสายสุนีย์ เล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวหลายคนมีความใฝ่ฝันที่จะเริ่มต้นจากสิ่งที่ชอบ แต่สำหรับ คุณสายสุนีย์ เธอทำธุรกิจข้าวไรซ์เบอร์รี่ เหตุผลเพราะตัวเธอล้มป่วยเป็นโรคเบาหวาน

คุณสายสุนีย์ เล่าว่า ช่วงปี 2557 ตนเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีแล้วผลตรวจพบน้ำตาลในร่างกายสูงถึง 175 ซึ่งเป็นภาวะโรคเบาหวาน รวมทั้งมีอาการชาตามมือและปลายประสาทเสื่อม ตอนนั้นเครียดที่ตัวเองมีโรค จึงถามคุณหมอว่า ต้องทำอย่างไรที่จะไม่ต้องทานยา คุณหมอบอกว่าต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น คุณหมอก็เลยแนะนำให้ไปทานข้าวกล้อง

“ตอนช่วงที่ล้มป่วยเครียดมากจนต้องไปปรึกษาหมอด้านจิตเวช จนในที่สุดเกิดแนวคิดว่า ทำยังไงถึงอยู่กับโรคนี้ให้ได้ จากนั้นป้ามี้ก็เริ่มปรับเปลี่ยนมาดูแลตัวเอง โดยซื้อข้าวกล้องตามท้องตลาด แต่พอเห็นน้ำซาวข้าวมันดำปี๋ ป้ามี้ก็เริ่มตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมถึงดำขนาดนี้ ประจวบกับมีรุ่นน้องที่ทำข้าวเกษตรอินทรีย์อยู่ที่ปักธงชัย เขาให้ข้าวที่เขาปลูกมาให้เราทดลองกิน เราก็ซาวข้าวดูแล้วน้ำมันไม่ดำ ก็เลยไหนๆ เราก็กินอยู่แล้ว เลยขออนุญาตมาทำธุรกิจข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งทุกวันนี้ยังขอบคุณเขาที่แนะนำข้าวให้เรากินเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ตอนนี้น้ำตาลลดลงอยู่ 110 มือไม่ชา และมีสายตาที่ดีขึ้น โดยทุกวันนี้ไม่ทานยาอีกเลย รวมถึงยังเป็นอีกหนึ่งธุรกิจให้เราเริ่มต้นสร้างรายได้ในบั้นปลายชีวิตอีกด้วย” คุณสายสุนีย์ เล่าด้วยน้ำเสียงแห่งความหวัง

 

 

เมื่อโรคภัยและประโยชน์จากข้าวกล้องกลายเป็นสิ่งที่มาจุดประกายให้ คุณสายสุนีย์ ก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจข้าวไรซ์เบอร์รี่อย่างเต็มตัว โดยเธอเปิดร้านขายข้าวไรซ์เบอร์รี่ ปี 2558 ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีมาก แม้ว่าช่วงแรกในการขายข้าวไรซ์เบอร์รี่จะเป็นไปได้ยาก เพราะการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคให้หันมาทานข้าวที่ไม่คุ้นเคยไม่ใช่เรื่องง่าย เธอจึงตอกย้ำด้วยการใช้ผลิคภัณฑ์ของตนเองจนเห็นผล และกลายเป็นลูกค้ามีความเชื่อมั่นที่จะสั่งซื้อสินค้า

“เมื่อก่อนที่เริ่มขายไม่มีใครเชื่อว่าข้าวไรซ์เบอร์รี่มีประโยชน์ เราก็ทานเองอยู่แล้ว และผลมันเกิดกับตัวเรา เพราะเมื่อก่อนเรามีน้ำหนักเยอะ ผิวพรรณไม่ดี พอเรามากินตรงนี้แล้วเห็นผล คนอื่นเห็นก็เริ่มเชื่อและไว้วางใจลองซื้อไปกิน แล้วประโยชน์ก็เกิดขึ้นกับลูกค้า ตอนนี้มีตัวแทนที่รับข้าวไรซ์เบอร์รี่ของเราไปขายประมาณ 60-70 คน รายได้ตอนนี้ไม่แน่นอน เราขายต้นทุน 40-45 บาท รายได้ไม่ได้เยอะแต่เรามีความสุขที่ได้แบ่งโอกาสให้คนสร้างอาชีพ และสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้” คุณสายสุนีย์ เล่าด้วยความภาคภูมิใจ

การทำธุรกิจส่วนตัวไม่เพียงแต่ต้องคำนึงถึงเรื่องคุณภาพ ความพิถีพิถันของสินค้าเพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ และการติดตาม เรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี การขายของบนออนไลน์จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการ SMEs ไม่ควรมองข้าม

คุณสายสุนีย์ เล่าต่อว่า ช่วงแรกที่ทำธุรกิจเหนื่อยมาก แต่ทุกวันนี้ไม่เหนื่อย เพราะตนเริ่มขายบนออนไลน์และจะพยายามไม่มีหน้าร้าน เพราะว่าตนอายุมากขนาดนี้ และมีงานด้านจิตอาสาที่ต้องไปอบรมที่ต่างจังหวัดตลอด เพราะว่าตนทำงานอยู่ที่สหกรณ์ยูเนี่ยนที่โคราชด้วย ซึ่งเราเองก็ไม่อยากเป็นภาระให้ลูกหลานในอนาคต ตนเลยอยากทำธุรกิจที่สามารถอยู่ที่ไหนก็ได้ อย่างขายของออนไลน์ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับตนด้วย

“ป้ามี้มีโอกาสได้เข้าร่วมอบรบมเกี่ยวกับการขายสินค้าออนไลน์เมื่อปีที่แล้ว จากนั้นเราก็ลองเข้าไปอบรมแล้วรู้สึกอยากเรียนรู้เพิ่มเติม พอเขาสอนแล้วเราลองทำเรารู้สึกว่ามันไม่ยาก ก็พยายามถามหาความรู้ที่ไอซีที หรือศูนย์ดิจิทัลของโคราชว่ามีการอบรมแบบนี้อีกไหม เพราะเราอยากไป เพื่อที่จะได้นำความรู้ด้านออนไลน์มาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง ซึ่งหลังจากอบรม ป้ามี้มีร้านค้าออนไลน์ที่เปิดกับ Lnwshop  ชื่อว่า Rice2h.com เพื่อเป็นช่องทางให้ลูกค้าสั่งซื้อและสร้างรายได้ให้ป้ามี้อีกด้วย” คุณสายสุนีย์ เล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำำคัญที่ผู้ประกอบการ SMEs ต้องตระหนักนั่นคือ การเรียนรู้และปรับตัวในความไม่รู้ อย่างเทคโนโลยียุคนี้ที่ไม่ต้องกลัว แต่ต้องลองผิดลองถูกเพื่อที่จะได้ปรับใช้กับธุรกิจของตัวเองได้ อย่างประโยคที่ว่า “ไม่แก่เกินที่จะเรียน” ที่คุณสายสุนีย์ทิ้งท้ายเพื่อให้กำลังใจผู้ประกอบการ SMEs ทุกคนที่กำลังจะปรับเปลี่ยนเพื่อสู่ธุรกิจ E-Commerce

อยากขอคำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจ หรือสนใจสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ ข้าวรซ์เบอร์รี่ Rice by Mee สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ “ป้ามี้” คุณสายสุนีย์ โภชน์เกาะ โทร. 091-830-9463 หรือ www.rice2h.lnwshop.com

 

 

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจสู่สากลแบบ คุณสายสุนีย์ ที่ได้รับความรู้จากการอบรม สามารถสมัครเข้ารับการอบรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามวันและเวลาดังกล่าว โดยสามารถสมัครเข้าร่วมการอบรมได้ที่ http://www.ecommercebyssru.com

สอบถามสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ecommerce.ssru60@gmail.com, โครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SMEs – มรภ.สวนสุนันทา หรือ โทร. 092-702-1485, 065-724-0558