จัดการคลังและสต๊อกสินค้าอย่างไร ? ให้มีประสิทธิภาพต่อธุรกิจ E-Commerce

ปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs ที่เริ่มทำธุรกิจออนไลน์ เพื่อสร้างยอดขายและต้องการให้แบรนด์เป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้นนั้น แต่ละผู้ประกอบการต่างก็มีวิธีบริหารจัดการสินค้า การหาสินค้า สั่งซื้อสินค้า และส่งสินค้าหลากหลายวิธี

 

และเมื่อพูดถึงเทคนิคของแต่ละร้านก็ต่างมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไปตามข้อจำกัดของแต่ละร้านใช่ไหมครับ บางร้านค้าเป็นการขายสินค้าแบบพรีออเดอร์ ราคาไม่สูง เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม หาซื้อยาก ต้องสั่งผลิต จึงไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าเอาไว้เยอะๆ หรือแทบจะไม่สต๊อกสินค้าไว้เลย

ขณะที่ บางร้านค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าพร้อมส่งนั้น จะเป็นสินค้าที่ผู้คนนิยม มีสินค้าที่ผลิตหรือสั่งซื้อไว้รอขายอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ ยังมีข้อดีของการขายสินค้าพร้อมส่งนั้น คือ โอกาสที่ลูกค้าจะกดสั่งซื้อสินค้ามีสูงกว่า เพราะลูกค้าต่างต้องการใช้สินค้าในเวลาอันรวดเร็ว ยิ่งร้านค้าออนไลน์สามารถจัดส่งสินค้าได้ทันที จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าแน่นอน แถมสร้างความประทับใจ ความพึงพอใจและโอกาสที่ผู้คนบนออนไลน์จะกลับมาซื้อสินค้าที่ร้านของเราย่อมมีมากขึ้นอีกด้วย

ดังนั้น การจัดคลังและสต๊อกสินค้าเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการ SMEs มือใหม่ที่เริ่มเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ต้องศึกษา และวันนี้ มี 4 เรื่องที่ผู้ประกอบการ SMEs ควรเรียนรู้ หากต้องการประสบความสำเร็จในการเข้าสู่ตลาด E-Commerce กันครับ

1. รู้จักลูกค้า

ข้อแรกผู้ประกอบการ SMEs ที่เริ่มต้นเข้าสู่ตลาด E-Commerce ต้องเรียนรู้ นั่นคือ ต้องรู้ว่าลูกค้าของเราเป็นใคร ต้องการสินค้าอะไร เพื่อมาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของเขาที่ใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สามารถลงทุนนำสินค้ามาขายได้อย่างตรงจุดและโดนใจ

2. รู้จักตัวเอง

ข้อต่อมา การทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ผู้ประกอบการ SMEs ต้องรู้ศักยภาพตัวเองในการทำธุรกิจด้วยนะครับ ยิ่งเป็นธุรกิจออนไลน์ด้วยแล้ว ต้องรู้ว่าอะไรที่เราทำได้และอะไรที่เราทำไม่ได้ และควรมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการทำธุรกิจ เช่น จำนวนเงินลงทุนที่สามารถนำมาหมุนเวียนในธุรกิจ พนักงานควรมีจำนวนเท่าไหร่ และความเร็วในการจัดการงานต่างๆ ตั้งแต่ลงสินค้า รับรายการสั่งซื้อ ส่งสินค้า ไปจนถึงการให้บริการต่างๆ กับลูกค้า

3. รู้จักสินค้า

มาถึงข้อสาม ซึ่งเป็นหนึ่งข้อที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ประกอบการ SMEs คือ การประเมินการขายสินค้าแต่ละประเภทว่ามีแนวโน้มที่จะขายดีหรือไม่ หรือสินค้าตัวไหนที่คนเริ่มไม่นิยม ไม่โดนใจแล้ว โดยทำการวิเคราะห์เพื่อวางแผนการเพิ่มสต๊อกสินค้า หรือระบายสินค้าที่ไม่นิยมอย่างไรเพื่อให้ร้านค้าสามารถเพิ่มรายได้ มีกำไร และยังเป็นการลดความเสียหายของสินค้าค้างสต๊อกที่เป็นต้นทุนที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลงได้อีกด้วย

4. รู้จักตลาด

เพราะเรื่องธุรกิจออนไลน์เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาตลาด การเรียนรู้คู่แข่งสม่ำเสมอ โดยทำการสำรวจราคาสินค้าที่ร้านอื่นๆ ที่ขายสินค้าเหมือนของเรา จะทำให้คุณสามารถนำมาปรับใช้เพื่อวางกลยุทธ์ในการบริหารจัดการคลังและสต๊อกสินค้าของคุณได้ว่าจะต้องจัดการสินค้านั้นๆ อย่างไร เพื่อไม่ให้การลงทุนเสียเปล่า

อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการสต๊อกสินค้าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยการเรียนรู้บวกกับการวิเคราะห์ดัง 4 ข้อที่ได้แนะนำไป เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs นำไปปรับใช้เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการวางแผนกลยุทธ์ เพราะหากขาดความรู้แล้วละก็ เงินที่ลงทุนไปอาจกลายเป็นไม่คุ้มทุนแถมไม่ได้กำไรอย่างที่ต้องการก็ได้นะครับ

 

อ้างอิงจากข้อมูล : weloveshopping.com, sahutsa.com