มากำหนดรูปแบบโครงสร้าง E-Commerce กันเถอะ

การจะลงทุนทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่สักอย่างหนึ่งนั้น ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงรูปแบบและโครงสร้างของสิ่งนั้น เพื่อจะจัดการได้อย่างง่ายดายและเข้าระบบ ซึ่งต้องทำให้ง่ายต่อความเข้าใจ รวมถึงสะดวกแก่การบริหารอีกทางหนึ่งด้วย

 

โดยรูปแบบและโครงสร้างของ E-Commerce นั้น จะแบ่งออกเป็นมิติของธุรกิจ โดยรูปแบบการดำเนินงานของ E-Commerce มีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน อาจจะเป็น E-Commerce ทั้งหมดหรือบางส่วน จะขึ้นอยู่กับการใช้เครื่องมือนั้นมาใช้มากน้อยเพียงไร มีการนำเสนอสินค้าในเชิงกายภาพหรือดิจิตอล หรือมีกระบวนการและตัวแทนในการส่งมอบอย่างไร ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้ครับ

1. Brick-and-mortar เป็นโครงสร้างการค้าขายสินค้าแบบดั้งเดิม ดังนั้นรูปแบบโครงสร้าง E-Commerce ในรูปแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และตัวแทนในการส่งมอบสินค้า ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกดำเนินการหรือพบปะกันจริงตามโครงสร้างเชิงกายภาพทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น การซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า เมื่อลูกค้าต้องการซื้อสินค้าจะต้องเดินทางไปห้างสรรพสินค้า จากนั้นเลือกซื้อสินค้าและชำระเงิน หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นการซื้อสินค้าแบบ Offonline อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่ดำเนินอยู่เดิมนี้ได้เพิ่มช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์จะเปลี่ยนรูปแบบเป็น Click-and-Mortar ได้

2. Click-and-Mortar เป็นโครงสร้างรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบผสมผสาน คือไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และตัวแทนการส่งมอบ จะมีทั้งโครงสร้างเชิงกายภาพและดิจิตอลรวมเข้าด้วยกัน โครงสร้างประเภทนี้จึงสามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่าหนึ่งช่องทาง กล่าวคือ ลูกค้าสามารถเข้ามาชมสินค้าและซื้อสินค้าที่ร้านได้ด้วยตนเอง หรือจะสั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ โดยมีการจัดส่งสินค้าในรูปแบบของพัสดุไปรษณีย์ให้ลูกค้า นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งจองหนังสือผ่านเว็บไซต์และสามารถมารับหนังสือได้ด้วยตนเองที่ร้าน เป็นต้น

ส่วนการชำระเงินในกรณีที่สั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ สามารถชำระเงินออนไลน์ หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรืออาจจะมาชำระที่ร้านได้ ดังนั้น รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบนี้ จึงเป็นการผสมผสานระหว่างการค้าแบบ Offline และแบบ Online ได้อย่างลงตัว อีกทั้ง ยังได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นการขยายธุรกิจจากเดิมที่มีอยู่แล้วเสริมด้วยการขายแบบ Online เพื่อสร้างศักยภาพด้านการขายสินค้าหรือบริการให้สูงขึ้นกว่าเดิมด้วยนั่นเอง

3. Click-and-Click เป็นโครงสร้างการดำเนินธุรกิจในรูปแบบของดิจิตอลหรือแบบ Online ล้วนๆ ซึ่งไม่มีร้านที่ตั้งอยู่จริง โดยจะทำการติดต่อกับลูกค้าผ่านทางเว็บไซต์เท่านั้น เมื่อลูกค้าต้องการสินค้าจะต้องดำเนินการผ่านทางเว็บไซต์เพียงช่องทางเดียว จากนั้นทางเว็บไซต์จะจัดส่งสินค้าถึงผู้รับ

จากการดำเนินธุรกิจในรูปแบบทั้งสามที่ได้กล่าวมาข้างต้น หากมีอย่างน้อยหนึ่งมิติโครงสร้างที่ดำเนินงานแบบดิจิตอล จะถือว่าเป็นอิเล็กทรอนิกส์บางส่วน หากเป็นการสั่งสินค้าอย่าง E-book หรือซื้อซอฟแวร์ จากเว็บไซต์ ถือได้ว่าเป็นพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และการส่งมอบ ล้วนอยู่ในรูปแบบของดิจิตอลทั้งสิ้นนั่นเอง

หลังจากที่ผู้ประกอบการเรียนรู้ถึงมิติโครงสร้างของ E-Commerce ไปแล้ว องค์ประกอบของ E-Commerce ก็สำคัญที่ต้องเคียงเทียบคู่กัน โดยประกอบด้วย 5 ประการ คือ

1. คน ประกอบด้วยผู้ขาย ผู้ซื้อ คนกลาง รวมถึงบุคลากรภายในและภายนอกองค์กร และส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

2. นโยบายสาธารณะ เกี่ยวกับกฎหมายและนโยบาย รวมถึงข้อบังคับต่างๆ เช่น การกีดกันภาษีที่ถูกกำหนดโดยรัฐบาล ซึ่งควรเป็นข้อตกลงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

3. การตลาดและโฆษณา E-Commerce จำเป็นต้องได้รับการวิจัยทางการตลาดและโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทำนองเดียวกันกับธุรกิจประเภทอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้จักรวมถึงกลยุทธ์ในการส่งเสริมการขาย และยังเป็นการดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยครับ

4. บริการสนับสนุน เป็นบริการเพื่อสนับสนุนงานและอำนวยความสะดวกในการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น การชำระเงินทางบัตรเครดิต และการส่งมอบสินค้าหรือบริการให้ถึงมือลูกค้าตรงเวลา

5. คู่ค้าทางธุรกิจ หมายถึงการร่วมลงทุน การทำ E-Commerce และการเป็นคู่ค้าทางธุรกิจร่วมกัน ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน

และนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นสำหรับผู้ประกอบการที่จะก้าวเข้ามาทำธุกิจ E-Commerce ถ้าผู้ประกอบการ SMEs เรียนรู้ รู้จักมิติโครงสร้างของธุรกิจของตัวเองแล้ว และรู้เรื่ององค์ประกอบการทำธุรกิจประกอบคู่ไปด้วย เชื่อว่าในการเริ่มต้นของผู้ประกอบการ SMEs หน้าใหม่จะต้องสดใสแน่นอน เพราะการรู้จักตัวเราเองก่อนนั้นสำคัญที่สุดในการเริ่มทำธุรกิจนะครับ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก : blogspot.com