อยากได้ยอดขายบูม Facebook ช่วยได้

การขายสินค้าบนโลกออนไลน์เป็นที่นิยมกันอย่างมากโดยเฉพาะบน Facebook จากสถิติต่างๆ จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ขายสินค้าบน Facebook มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

แต่จะมีวิธีอย่างไรในการนำสินค้าของผู้ประกอบการ SMEs ขายผ่าน Facebook แล้วให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์และมีจำนวนยอดขายเพิ่มมากขึ้น ลองทำตาม 5 เทคนิคที่จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้คุณทำธุรกิจออนไลน์ผ่าน Facebook ได้อย่างราบรื่นกันครับ

1. ต้องกำหนดไว้ก่อนว่าจะขายอะไร

สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่เคยขายมาก่อน อาจจะยาก อีกทั้งไม่มีร้านค้า ไม่มีสินค้า ขอแนะนำว่าให้คุณเลือกขายสินค้าที่คนอยากซื้อในตอนนั้นจะดีมาก ดังนั้น ผู้ประกอบการควรศึกษาข้อมูลก่อนว่าสินค้าที่มีความต้องการของคนส่วนใหญ่ต้องการใช้ อาจเป็นช่วงเทศกาล ของใช้สำหรับสตรี ของหายาก ของสะสม แหล่งรับของ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหาข้อมูลเหล่านี้ก่อนการเปิดร้านค้าใน Facebook แต่สำหรับคนที่มีร้านอยู่แล้ว มีสินค้าที่ขายอยู่แล้ว สามารถนำของที่มี มาขายได้เลย ถือว่า Facebook เป็นช่องทางในการพัฒนาร้านของคุณ โดยใช้งบประมาณไม่สูง เพราะฐานลูกค้าเดิมของคุณมีอยู่แล้ว และไม่ควรเปลี่ยนไปขายสินค้าอื่น เพราะจะได้เปรียบเรื่องข้อมูลสินค้านั่นเองครับ

 

2. ต้องคำนึงถึงการตั้งชื่อ

การตั้งชื่อเพจร้านค้าบน Facebook นั้น มีความสำคัญมาก หากมีชื่อแบรนด์สินค้า ให้ตั้งชื่อแบรนด์ แล้วตามด้วยคำที่สามารถค้นหาได้ง่ายบน google หากไม่มีชื่อแบรนด์ ให้ตั้งชื่อที่สามารถค้นหาบน google ได้ง่ายๆ เช่น หาคำเฉพาะ หรือศัพท์เฉพาะของตัวเอง ก็จะเป็นการช่วยให้การค้นหาสามารถหาเจอได้ง่ายมากขึ้นเลยล่ะครับ

 

3. ต้องหากลุ่มคน หรือเข้าไปใน Group Facebook

เพื่อจะทำการกระจายสินค้าเฉพาะกลุ่ม หรือสินค้าตาม Order ได้อย่างง่าย โดยเริ่มจากการหาสินค้า ซึ่งไม่ต้องลงทุนสต๊อกสินค้า หรือการ Pre-order สินค้า มาโพสต์ขายในร้าน เสมือนจับเสือมือเปล่า ไม่ต้องลงทุนลงแรง เพราะการทำ Pre-order คือการสั่งจองสินค้าล่วงหน้า สินค้าจะได้รับหลังจากวันที่ปิดรอบโดยผู้ขายแจ้งอาจจะ 15-20 วัน โดยเป็นการหาสินค้ามาโพสต์ขายในร้าน เมื่อลูกค้าสนใจและต้องการสั่งซื้อ ลูกค้าต้องโอนค่าสินค้าก่อน ตามแต่จะตกลงว่าให้จ่ายเต็มจำนวน หรือมัดจำไว้จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องมีการแจ้งลูกค้าให้ชัดเจน ซึ่งวิธีนี้สามารถสร้างกำไรได้ดีและมียอดสั่งมาค่อนข้างต่อเนื่อง เพราะตรงกลุ่มคนที่โดนใจนั่นเอง

แต่ข้อเสียของสินค้าแบบ Pre-order คือ กลุ่มสินค้ามีราคาสูง เป็นสินค้าที่หาซื้อไม่ได้ทั่วไป เป็นสินค้านำเข้า และแน่นอนผู้ขายต้องมีคนรู้จักที่อยู่ต่างประเทศคอยซื้อส่งมาให้คุณ หรือเป็นคนไปต่างประเทศบ่อยๆ หรือ ผ่าน shipping เป็นงานที่เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสินค้า จำนวนมาก แถมยังต้องประสานงานกับกรมศุลกากรและกรมสรรพสามิตในการนำเข้าและส่งออก ซึ่งต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน ไม่สามารถที่จะทำการสั่งแล้วส่งได้เลย

 

4. วางแผนพร้อมเตรียมตัวการขายใน Facebook

เพื่อให้ร้านออกมาดีที่สุด โดยสร้างร้านค้าให้น่าเชื่อถือ ควรมีเว็บไซต์สำหรับร้านค้าด้วย จัดหมวดหมู่สินค้าชัดเจนมีระเบียบ รูปแบบร้านให้สวยงาม มีข้อมูลสำหรับให้ลูกค้าติดต่อได้ชัดเจน รายละเอียดการชำระค่าสินค้า ช่องทางการชำระค่าสินค้า ต้องแจ้งไว้อย่างชัดเจน ข้อมูลสินค้าจัดเตรียมให้รายละเอียดครบถ้วน แจ้งรายละเอียดการจัดส่งสินค้า ระยะเวลา ค่าจัดส่งให้ชัดเจน เงื่อนไขการคืนสินค้า พยายามนึกถึงกรณีต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในการดำเนินการเรื่องธุรกรรม อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ คือรูปสินค้าต้องสวยงาม

 

5. กระจายชื่อเสียงของธุรกิจคุณ ด้วยกลยุทธ์การตลาด Facebook

ประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จัก Fanpage Facebook นั้นมี 2 วิธี วิธีแรกไม่ต้องเสียเงินในการประชาสัมพันธ์ แต่อาจจะยากสักหน่อย คือการไปสร้างตัวตนตามเว็บไซต์ เว็บบอร์ด หรือบล็อกต่างๆ ให้มีคนรู้จัก ส่วนวิธีที่ง่ายกว่าแต่ต้องเสียเงินก็คือ การซื้อโฆษณากับทาง Facebook

ถ้าผู้ประกอบการสร้างเพจมาแล้ว แนะนำอย่าเพิ่งโพสต์ขายของ และขายสินค้าอย่างบ้าระห่ำในช่วงแรก ให้โพสต์ Content ทั่วๆ ไป บันเทิง ท่องเที่ยว หรือ Content อื่นๆ ไปก่อน การโพสต์ข้อความขายสินค้าบน Facebook ไม่ควรมีความยาวเกิน 5 บรรทัด เพราะจะทำให้คนอื่นๆไม่สนใจอ่าน โดยในข้อความควรประกอบไปด้วย 4 อย่างคือ ชื่อสินค้า, รหัสสินค้า, ราคาสินค้า และเบอร์ที่สามารถติดต่อกลับได้ ซึ่งราคามีความสำคัญ เพราะจะเป็นตัวกรองให้ลูกค้าว่าเขามีความสนใจจะซื้อสินค้าหรือไม่ หากราคาอยู่ในระดับที่สามารถจะซื้อได้ ก็จะทำให้ลูกค้าสนใจเข้ามาคุย และสั่งซื้อสินค้าในที่สุด

ทั้งนี้ การทำ Fanpage พยายามให้คนรู้จักร้านค้าเราแบบไม่เป็นทางการก่อนจะดีกว่าการขายแบบเปิดเผย เพื่อให้มีคนกด Like ซึ่งจุดนี้ถ้า ยิ่งมาก ยิ่งดี เมื่อมีคนเห็นเยอะ เวลาคุณโพสต์สินค้าลงไป ทำให้สินค้าของคุณเป็นที่รู้จัก คนจะแชร์ให้เพื่อนต่อไปอีกเยอะนั่นเอง

นอกจากนี้ การใส่รูปภาพสินค้ามีส่วนสำคัญอย่างมากกับการเลือกซื้อของลูกค้า โดยควรเป็นรูปภาพใหม่ที่ถ่ายเอง ไม่ไปคัดลอกจากที่ไหน ควรอยู่ในลักษณะแนวนอน 4:3 เพื่อเป็นการนำสายตาให้คนสนใจมากขึ้น และการโพสต์การกำหนดช่วงเวลาก็สำคัญ โดยช่วงเวลาที่เหมาะแก่การโพสต์ขายสินค้าคือ ช่วงกลางวันที่ลูกค้าสามารถโอนเงินซื้อสินค้าได้ง่ายๆ หากโพสต์ในช่วงดึก การตัดสินใจซื้อจะยากขึ้น และลูกค้าจะไม่ซื้อสินค้าในทันที

และทั้งหมดนี้ คือเทคนิคเคล็ดลับการขายของบน Facebook เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จให้กับธุรกิจของคุณ ซึ่งทำได้ไม่ยาก หากคุณค่อย ๆ วางแผน และมีการศึกษาพฤติกรรมก็จะทำให้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนครับ

อ้างอิงจากข้อมูล : istartuponline.com