“โมเสกจากกะลามะพร้าว” ของ “อ๊อด ประจิน” ผู้รักงานศิลปะ ลุยอบรม E-Commerce กับสสว.-มรภ.สวนสุนันทา หวังทั่วโลกรู้จัก

ผู้ประกอบการหลายรายต่างใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานในการทำธุรกิจ แต่กว่าธุรกิจที่ทำจะเติบโตและก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จไปได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกอย่างล้วนต้องอาศัยใจรัก ต้องรู้ลึก รู้จริง และสิ่งสำคัญคือ การลงมือทำ

 

 

เช่นเดียวกับ “พี่อ๊อด” คุณประจิน ดวงรัศมี อายุ 59 ปี ชาวจังหวัดระยอง เขาใฝ่ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัวในบั้นปลายชีวิต ยังต้องล้มลุกคลุกคลาน เรียนรู้ คิดและลงมือทำนำของเหลือใช้อย่างกะลามะพร้าว มาตัด ปะ จนกลายเป็นงานศิลปะที่ทรงคุณค่า ไม่เหมือนใคร และเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย อย่าง “ผลิตภัณฑ์โมเสกจากกะลามะพร้าว”

คุณประจิน เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนทำงานด้านการดูแลความปลอดภัย บวกกับเป็นคนที่ไม่หยุดพัฒนา ชอบความท้าทาย และต้องการมีธุรกิจส่วนตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนใฝ่ฝัน โดยการที่ตนได้มาทำธุรกิจเกี่ยวกับโมเสกจากกะลามะพร้าวนั้น เนื่องจากในชุมชนของตนเองมีกะลามะพร้าวเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจะทิ้งหรือนำไปเผาแทนฟืน ตนจึงเริ่มมองดูแล้วว่าไม่มีประโยชน์ กะลามะพร้าวน่าจะทำอะไรได้มากกว่านั้น จึงกลายเป็นจุดประกายให้ตนเริ่มศึกษามากขึ้น และลองผิดลองถูกในที่สุด

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ผู้ประกอบการหลายรายจะนำมาพัฒนาเป็นโคมไฟบ้าง เฟอร์นิเจอตกแต่งภายในบ้าง แต่สำหรับ คุณประจิน ไม่ใช่ เขากลับมีแนวคิดและเป้าหมายที่จะทำสิ่งใหม่ โดยไม่เลียนแบบใคร

คุณประจิน เล่าต่อว่า แนวคิดที่ตนตั้งใจทำคือ การแปรรูปกะลามะพร้าวด้วยการนำมาทุบเป็นชิ้นเล็กๆ คล้ายโมเสก โดยมีทั้งขนาดใหญ่ กลาง และขนาดเล็ก แล้วนำมาติดไว้บนเครื่องปั้นดินเผาในรูปทรงต่างๆ เช่น กล่องใส่แว่นตา แจกันดอกไม้ โดยทุกกระบวนการต้องอาศัยความตั้งใจ และความปราณีตในการติดแต่ละชิ้น เพื่อให้ชิ้นงานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

“พี่จะเลือกใช้กะลามะพร้าวให้เหมาะสมกับชิ้นงานที่ทำ อธิบายง่ายๆ คือ ถ้าทำแจกันทรงใหญ่ ขนาดความสูง 1.5 เมตร จะใช้กะลาชิ้นใหญ่และใช้เวลาในการทำประมาณ 15 วัน ส่วนราคาอยู่ที่ตั้งแต่ 200-13,000 บาท ซึ่งได้ผลตอบรับจากลูกค้าที่ชื่นชอบและใจรักที่จะซื้อสินค้าพวกนี้” คุณประจิน เล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

 

การนำกะลามะพร้าวมาทำโมเสกไม่ใช่เรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้ สิ่งสำคัญคือ ความรู้ที่ต้องรู้ลึก รู้จริงในสิ่งที่ทำด้วย เพื่อสร้างความชำนาญ ฝีมือและผลงานก็จะออกมาดีที่สุด โดยสิ่งเหล่านี้ทำให้ คุณประจิน จุดประกายอีกครั้งที่อยากแบ่งปันความรู้ เปิดโอกาสให้เด็กในชุมชน ผู้สูงอายุ และคนพิการ ที่ต้องการสร้างรายได้เสริมอีกด้วย

“ตอนนี้พี่ฝึกเด็กๆ ผู้สูงอายุ คนพิการในชุมชนมาร่วมธุรกิจ มาสอนเขา เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้ได้ทำงาน สร้างอาชีพ และยังสร้างรายได้ให้แก่เขาได้อีกด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พี่ภูมิใจที่ได้แบ่งปัน” คุณประจิน เล่าด้วยน้ำเสียงแห่งความภาคภูมิใจ

แม้ว่าผลิตภัณฑ์โมเสกจากกะลามะพร้าวจะได้รับใบรับรองมาตราฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) แล้ว และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในประเทศไทย แต่สำหรับ คุณประจิน การให้คนทั่วโลกรู้จักผลิตภัณฑ์โมเสกจากกะลามะพร้าวเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ “เพิ่มช่องทางการขาย เพิ่มรายได้ด้วย E-Commerce” จัดขึ้นโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เพื่อพัฒนาธุรกิจของเขาสู่ออนไลน์

“พี่ตัดสินใจมาร่วมอบรมโครงการของสสว.-มรภ.สวนสุนันทาในครั้งนี้ เพราะเห็นว่ามีเรื่องเกี่ยวกับตลาดออนไลน์ เราเองทำธุรกิจส่วนตัวจึงอยากได้ความรู้เรื่องการตลาดออนไลน์ เนื่องจากปัจจุบันนี้ตลาดด้าน E-Commerce มีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างมาก ซึ่งเป็นช่องทางที่จะให้ความรู้กับลูกค้าที่สนใจงานโมเสกจากกะลามะพร้าว และ E-Commerce ยังเป็นช่องทางที่สามารถกระจายสินค้าของพี่ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกได้ด้วย และนี่คือความท้าทายของพี่ที่ต้องทำให้ได้ครับ” คุณประจิน กล่าวทิ้งท้าย

อยากเรียนรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โมเสกจากกะลามะพร้าว หรือสนใจสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ “พี่อ๊อด” คุณประจิน ดวงรัศมี โทร. 089-098-3992

 

มาปั้นธุรกิจสู่สากลด้วยการเพิ่มความรู้ด้านออนไลน์

 

 

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจสู่สากลแบบ คุณประจิน ที่ได้รับความรู้จากการอบรมครั้งนี้ สามารถสมัครเข้ารับการอบรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามวันและเวลาดังกล่าว โดยสามารถสมัครเข้าร่วมการอบรมได้ที่ https://www.ecommercebyssru.com

สอบถามสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ecommerce.ssru60@gmail.com, โครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SMEs – มรภ.สวนสุนันทา หรือ โทร. 092-702-1485, 065-724-0558